ทาสีเล็บเองแล้วเป็นคราบ เป็นฟอง ลอกเร็ว 7 จุดที่ทำพลาด

คืนวันศุกร์ คุณนั่งทาสีเล็บเองอย่างตั้งใจ ทาไปสองรอบให้สีแดงทึบสวย รอจนคิดว่าแห้งแล้วก็เข้านอน เช้ามาเจอรอยผ้าห่มพิมพ์ติดอยู่บนเล็บ บางนิ้วมีฟองเล็ก ๆ ขอบโคนเล็บเลอะเป็นคราบ พอล้างจานมื้อเย็นวันเสาร์ ปลายเล็บก็เริ่มบิ่น ถึงวันจันทร์สีลอกออกมาเป็นแผ่น ถ้าเคยเจอแบบนี้ ไม่ได้แปลว่ามือคุณไม่ถนัด ส่วนใหญ่มาจากจุดเล็ก ๆ ที่คนทาเล็บเองพลาดกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้รวม 7 จุดนั้นไว้พร้อมวิธีแก้ทีละข้อ ให้รอบหน้าคุณทาสีเล็บเองได้เรียบ สวย และอยู่ได้นานขึ้น
ขอบอกกันตรง ๆ ก่อนเริ่ม สีทาเล็บธรรมดาที่ทาเองที่บ้าน ต่อให้ทาถูกทุกขั้นก็ไม่ได้อยู่เป็นเดือน เพราะมันแห้งด้วยการระเหยในอากาศ ชั้นสีจึงบางและนิ่มกว่าสีเจลที่อบให้แข็งด้วยเครื่อง แต่ระหว่างสีที่ลอกตั้งแต่วันที่สอง กับสีที่ยังเรียบร้อยอยู่ได้หลายวัน ความต่างอยู่ที่ 7 จุดข้างล่างนี้เกือบทั้งหมด และทุกข้อแก้ได้ด้วยของที่มีอยู่แล้วในบ้าน
ทาสีเล็บเองแล้วไม่สวย หน้าตาเป็นแบบไหนบ้าง
ปัญหาของการทาเล็บเองมีหน้าตาอยู่ไม่กี่แบบ รู้จักหน้าตาก่อน จะได้รู้ว่าต้องแก้ที่ข้อไหน
- เป็นคราบ เป็นเส้น สีหนาบางไม่เท่ากัน เห็นรอยแปรงเป็นทาง บางจุดโปร่งจนเห็นเล็บ
- เป็นฟอง มีจุดฟองอากาศเล็ก ๆ บนผิวสี บางทีแตกออกเป็นหลุมเล็ก ๆ
- เลอะขอบ สีปีนขึ้นไปบนหนังโคนเล็บและขอบข้าง
- บุ๋ม เป็นรอย สีดูแห้งแล้ว แต่พอโดนอะไรก็เป็นรอยนิ้ว รอยผ้า
- ลอกเร็ว ปลายเล็บบิ่นในหนึ่งถึงสองวัน หรือสีหลุดออกมาเป็นแผ่นจากโคน
ภาพข้างล่างรวมปัญหาทั้งห้าแบบไว้ในมือเดียว นิ้วโป้งเป็นคราบเป็นเส้น นิ้วชี้มีฟองและสีเลอะขอบ นิ้วกลางกับนิ้วนางปลายบิ่น นิ้วก้อยทาหนาจนเป็นก้อนและบุ๋ม สังเกตดูว่ามือคุณเคยเจอแบบไหนบ้าง

ทุกแบบมีต้นเหตุ และหลายข้อแก้ได้ตั้งแต่ก่อนเปิดขวดสีเสียอีก ไปดูทีละจุดกันค่ะ
จุดที่ 1 ไม่ได้เช็ดความมันบนหน้าเล็บก่อนทา
นี่คือเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่สีหลุดเป็นแผ่นทั้งที่ทาออกมาสวยแล้ว หลายคนทาครีมทามือก่อนนอน แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะทาเล็บ หรือเพิ่งทาน้ำมันบำรุงหนังโคนเล็บไปเมื่อกี้ ความมันเหล่านี้เคลือบหน้าเล็บอยู่บาง ๆ จนมองไม่เห็น สีที่ทาทับจึงเกาะอยู่บนความมัน ไม่ได้เกาะบนเล็บจริง
คนทำสปาเล็บพูดตรงกันว่า ความมันแม้เพียงนิดเดียวก็ทำให้สียกตัวและลอกได้ ตอนทาเสร็จใหม่ ๆ จะยังดูไม่ออก แต่พอผ่านไปวันสองวัน ขอบสีจะเริ่มยก น้ำซึมเข้าไปข้างใต้ แล้วสีก็หลุดออกมาเป็นแผ่นแบบที่ลอกได้ทั้งเล็บ
วิธีแก้ ล้างมือด้วยสบู่ เช็ดให้แห้งสนิท แล้วใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บเช็ดหน้าเล็บเปล่าอีกรอบก่อนเริ่มทา เช็ดให้ถึงซอกข้างเล็บด้วย ครีมทามือกับน้ำมันบำรุงให้เก็บไว้ทาหลังสีแห้งแล้ว ไม่ใช่ก่อน อีกเรื่องที่ควรรู้คือถ้าเพิ่งอาบน้ำหรือแช่มือในน้ำนาน ๆ เล็บจะยังนิ่มและชื้นอยู่ รอให้มือแห้งดีสักพักก่อนค่อยทา
จุดที่ 2 เขย่าขวดสีแรง ๆ
เห็นสีในขวดแยกชั้น ก็จับเขย่าแรง ๆ เหมือนเขย่าขวดน้ำหวาน ท่านี้ทุกคนเคยทำ แต่การเขย่าแรง ๆ ตีอากาศเข้าไปในเนื้อสี ฟองอากาศเล็ก ๆ ก็ตามแปรงออกมาอยู่บนเล็บ พอสีแห้ง ฟองก็ค้างอยู่เป็นจุด หรือแตกออกเป็นหลุมเล็ก ๆ ที่ลูบแล้วรู้สึกสาก
วิธีแก้ คลึงขวดไปมาระหว่างฝ่ามือทั้งสองข้าง เหมือนปั้นดินน้ำมันเป็นเส้น แล้วพลิกขวดคว่ำหงายช้า ๆ จนสีที่แยกชั้นกลับมาเป็นเนื้อเดียว ความอุ่นจากมือยังช่วยให้สีเหลวลื่นขึ้นนิดหนึ่งด้วย ถ้าทาไปแล้วเห็นฟองขึ้น อย่าทาทับเพื่อปิด เพราะฟองจะยิ่งเยอะขึ้น เช็ดนิ้วนั้นออกด้วยน้ำยาล้างเล็บแล้วทาใหม่ เร็วกว่าและเนียนกว่า
จุดที่ 3 ทาชั้นหนาทีเดียวให้ทึบ
อยากให้สีทึบเร็ว ๆ ก็จุ่มแปรงให้ชุ่ม แล้วทาหนา ๆ ชั้นเดียวให้จบ ฟังดูประหยัดเวลา แต่ชั้นสีที่หนาแห้งช้ามาก ผิวบนแห้งก่อน ข้างใต้ยังเหลวอยู่ เล็บจึงบุ๋มง่าย ผิวย่นเป็นรอยเมื่อโดนอะไรนิดเดียว และฟองอากาศก็ขังอยู่ในชั้นหนาได้มากกว่าชั้นบาง
ทาสีเป็นชั้นบาง ๆ ไม่เกินสองชั้น ชั้นบางแห้งเร็วกว่าและแห้งทั่วถึงกว่า สองชั้นบางจึงทั้งทึบกว่าและทนกว่าชั้นหนาชั้นเดียว
วิธีแก้ ก่อนยกแปรงออกจากขวด ปาดแปรงด้านหนึ่งกับปากขวดให้สีที่เหลือพอดีกับเล็บหนึ่งนิ้ว ทาชั้นแรกบาง ๆ ไม่ต้องกังวลว่ายังไม่ทึบ รอให้หมาดแล้วค่อยทาชั้นที่สอง สีอ่อนอย่างนู้ดหรือขาวนมที่ชั้นแรกดูเป็นคราบเป็นเรื่องปกติ ชั้นที่สองจะเก็บให้เรียบเอง
จุดที่ 4 ปาดแปรงไปมาหลายรอบ
คราบเป็นเส้นส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสีไม่ดี แต่มาจากการเกลี่ยสีไปมาหลายรอบ สีทาเล็บเริ่มแห้งตั้งแต่วินาทีที่แตะเล็บ ยิ่งปาดซ้ำ แปรงก็ยิ่งลากสีที่เริ่มหนืดให้เป็นร่อง ยิ่งแก้ยิ่งเป็นทาง ปาดแปรงให้น้อยครั้งที่สุด
วิธีแก้ ใช้ 3 ปาดต่อหนึ่งชั้น
- วางแปรงกลางเล็บ ห่างจากโคนเล็กน้อย กดเบา ๆ ให้ขนแปรงบานออกเป็นรูปพัด ดันขึ้นไปใกล้โคน แล้วลากลงไปถึงปลายเล็บในครั้งเดียว
- กลับไปเริ่มที่โคนอีกครั้ง ปาดด้านซ้ายลงไปถึงปลาย
- ปาดด้านขวาแบบเดียวกัน
ถ้าเห็นตรงไหนยังบาง ปล่อยไว้ ให้ชั้นที่สองเก็บให้ ไม่ต้องกลับไปแต่งตอนสีเริ่มหนืด อีกเคล็ดสำหรับมือข้างที่ไม่ถนัด คือวางมือที่จะทาให้นิ่งบนโต๊ะ ท้าวข้อศอกไว้ แล้วหมุนนิ้วเข้าหาแปรงแทนการขยับแปรงไปหานิ้ว มือจะสั่นน้อยลงมาก
จุดที่ 5 ทาชิดโคนเล็บจนเลอะหนัง
คนทาเล็บเองมักกลัวว่าโคนเล็บจะโล่ง เลยทาให้ชิดที่สุด สุดท้ายสีไหลไปโดนหนังโคนเล็บกับขอบข้าง นอกจากดูเลอะแล้ว สีที่เกาะอยู่บนหนังยังเป็นจุดเริ่มให้สีลอก เพราะหนังขยับได้และมีความมันตามธรรมชาติ พอขอบสีตรงนั้นยกตัว น้ำก็ซึมเข้าไปใต้สี แล้วสีก็ค่อย ๆ หลุดออกมาเป็นแผ่นจากโคน
ร้านเราเจอเรื่องเดียวกันนี้กับสีเจล เล็บเจลที่หลุดที่โคน ส่วนหนึ่งมาจากการทาสีปีนโคน คือสีเลยขอบเล็บไปโดนหนัง อีกส่วนมาจากการเคลียร์หน้าเล็บไม่ดี สีทาเล็บธรรมดาใช้หลักเดียวกันเป๊ะ ถ้าอยากรู้ว่าเล็บเจลที่หลุดแต่ละตำแหน่งบอกอะไร อ่านต่อได้ใน เล็บเจลหลุดง่าย ดูจากตรงที่หลุดก็รู้สาเหตุ
วิธีแก้ เว้นขอบโคนและขอบข้างไว้เป็นเส้นบาง ๆ ขนาดเส้นผม มองไกล ๆ แทบไม่เห็น แต่ช่วยให้สีไม่แตะหนัง ถ้าเลอะไปแล้ว ใช้พู่กันเล็กหรือไม้พันสำลีปลายแหลมชุบน้ำยาล้างเล็บ เช็ดตามขอบตอนสียังไม่แห้ง ขอบจะคมขึ้นทันที ส่วนหนังโคนเล็บ อย่าตัดทิ้งเองที่บ้าน ร้านแนะนำลูกค้าว่าไม่ควรตัดหนังโคนเล็บเอง เพราะอาจทำให้เล็บเสียหาย ถ้าอยากให้โคนดูเรียบร้อย ดันเบา ๆ หลังอาบน้ำก็พอ เรื่องหนังรอบเล็บที่ลอกเป็นขุย เราเล่าไว้ใน หนังรอบเล็บลอก ดึงทิ้งแล้วเจ็บ
จุดที่ 6 ไม่ปิดปลายเล็บ
ปลายเล็บคือส่วนที่กระทบของมากที่สุดในแต่ละวัน ทั้งพิมพ์มือถือ แกะถุงขนม เปิดฝาขวด ล้างจาน ถ้าสีหยุดอยู่แค่ขอบปลายเล็บพอดี แรงกระแทกเล็ก ๆ เป็นร้อยครั้งต่อวันจะกะเทาะขอบสีออกทีละนิด ปลายเล็บบิ่นจึงเป็นที่แรกที่เห็นเสมอ บางทีตั้งแต่วันแรกหลังทา
วิธีแก้ หลังทาแต่ละชั้น ใช้แปรงที่เหลือสีนิดเดียวลากผ่านสันปลายเล็บเบา ๆ ในแนวนอน ช่างเรียกขั้นนี้ว่าปิดปลายเล็บ สีจะห่อขอบปลายไว้เหมือนฝาครอบ ท็อปโค้ทก็ควรปาดข้ามขอบเล็บเพื่อปิดงานเหมือนกัน ที่ร้านเราเห็นแบบเดียวกันกับงานเจล เล็บที่หลุดที่ปลายมักมาจากปิดปลายไม่ดี หรือเล็บสั้นมากจนปิดปลายได้ยาก
อีกเรื่องที่คนไม่ค่อยนึกถึงคือความยาว ยิ่งเล็บยาว เล็บยิ่งทำตัวเหมือนคานงัด แรงที่มากระทบปลายจะงัดเล็บขึ้นได้ง่าย ถ้าเป้าหมายคือให้สีอยู่นาน ตัดให้สั้นลงหน่อยแล้วตะไบปลายให้โค้งมนช่วยได้มาก
จุดที่ 7 รีบใช้มือก่อนสีแห้งจริง
สีทาเล็บแห้งที่ผิวก่อนแห้งข้างใน จับแล้วไม่ติดนิ้วไม่ได้แปลว่าแห้งแล้ว ใต้ผิวยังนิ่มอยู่นานกว่าที่คิด ยิ่งทาหนายิ่งนาน นี่คือที่มาของรอยผ้าห่ม รอยปลอกหมอนที่เจอตอนเช้า รวมถึงสีที่บุ๋มเพราะไปหยิบกุญแจหรือรูดซิปกระเป๋าหลังทาเสร็จไม่นาน
หลังสีแห้งดีแล้วก็ยังมีนิสัยที่ทำให้ลอกเร็ว อย่าใช้เล็บเป็นเครื่องมือ เช่น งัดฝากระป๋อง เพราะทำให้เล็บบิ่นหรือแยกได้ และการโดนน้ำมาก ๆ ทำให้เล็บอ่อนแอ ควรใส่ถุงมือตอนทำความสะอาด สีบนเล็บที่แช่น้ำยาล้างจานทุกวันก็ลอกเร็วตามไปด้วย
วิธีแก้ ทาเล็บเป็นอย่างสุดท้ายของวัน หลังอาบน้ำ ล้างจาน และทำงานบ้านเสร็จหมดแล้ว แต่อย่าทาแล้วล้มตัวนอนทันที เลือกช่วงหัวค่ำที่ยังนั่งดูซีรีส์ต่อได้อีกพักใหญ่ วันรุ่งขึ้นใส่ถุงมือตอนล้างจาน ใช้ปลายนิ้วแทนปลายเล็บเวลาแกะหรือเปิดของ แค่นี้สีก็อยู่ได้นานขึ้นอีกหลายวัน
แล้วเบสโค้ทกับท็อปโค้ทล่ะ
ถ้าสังเกตดี ๆ ใน 7 ข้อนี้ยังไม่มีเรื่องเบสโค้ทกับท็อปโค้ทเลย ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่เพราะเรื่องนี้ใหญ่พอจะแยกเป็นบทความของมันเอง สรุปสั้น ๆ คือ เบสโค้ทช่วยให้สีเกาะเล็บและกันสีเข้มเปื้อนเล็บ ทาสีเล็บแดงโดยไม่ทาเบสทำให้เล็บเหลืองได้ ส่วนท็อปโค้ทช่วยให้สีเงาและกันปลายบิ่น ข้ามขวดไหนสีก็ลอกเร็วกว่า
ว่าแต่ละขวดทำอะไร ต่างกันยังไง ใช้แทนกันได้ไหม และต้องทาตอนไหน อ่านต่อได้ใน เบสโค้ท ท็อปโค้ท คืออะไร ข้ามได้ไหม ทาตอนไหน ส่วนใครล้างสีแดงเข้มออกแล้วเจอเล็บเหลือง อ่าน ทาสีเล็บเข้มแล้วเล็บเหลือง
เช็กลิสต์ทาเล็บเองให้สวย ก่อนเปิดขวดสี
รวม 7 ข้อข้างบนให้เป็นลำดับเดียว จดไว้ในมือถือแล้วเปิดดูทุกครั้งที่จะทาเล็บ
- ตะไบทรงก่อน ตะไบไปทางเดียว ไม่ถูไปมา เพราะการถูไปมาทำให้ปลายเล็บอ่อนแอ
- ดันหนังโคนเบา ๆ ไม่ตัด ไม่แกะ
- เช็ดความมัน ล้างมือ เช็ดให้แห้ง แล้วเช็ดหน้าเล็บด้วยน้ำยาล้างเล็บ
- คลึงขวด ไม่เขย่า
- สีบางสองชั้น ปาดแปรงกับปากขวดทุกครั้ง
- สามปาดต่อชั้น กลาง ซ้าย ขวา แล้วหยุด
- เว้นขอบเส้นผม เลอะแล้วเช็ดตอนยังไม่แห้ง
- ปิดปลายทุกชั้น
- ทาเป็นอย่างสุดท้ายของวัน แล้วให้เวลาสีแห้งจริงก่อนนอน
ทาสีเล็บเท้าเอง ทำยังไงไม่ให้เลอะ
เล็บเท้าใช้หลักเดียวกันทุกข้อ ที่ยากกว่าคือนิ้วเท้าชิดกัน สีจึงเลอะนิ้วข้าง ๆ ง่าย ม้วนกระดาษทิชชูเป็นแท่งสอดคั่นระหว่างนิ้ว ให้นิ้วแยกออกจากกัน นั่งบนพื้นหรือเก้าอี้เตี้ยที่ยกเข่าขึ้นมาได้ ทาจากนิ้วโป้งเท้าไปนิ้วก้อย แล้วใส่รองเท้าแตะแบบเปิดหน้าเท้าไปจนกว่าสีจะแห้งจริง รองเท้าหุ้มส้นที่ใส่เร็วเกินไปคือเหตุผลหลักที่สีเล็บเท้าบุ๋ม
ด้านล่างคือสีเจลเล็บเท้าโทนแดงเบอร์กันดีที่ทำที่ร้าน สังเกตขอบโคนที่เว้นเสมอกันทุกนิ้ว และผิวสีที่เรียบไม่มีรอยแปรง

ทาเองครบทุกข้อแล้ว ถ้ายังอยากให้อยู่นานกว่านี้
ทำครบทั้ง 7 ข้อ สีทาเล็บธรรมดาจะสวยและอยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังเป็นชั้นสีที่แห้งเองในอากาศ ต้องคอยเติมท็อปโค้ท และต้องระวังมือตลอดสัปดาห์ ถ้าคุณอยากได้สีที่เรียบเงาเหมือนวันแรกไปนาน ๆ โดยไม่ต้องคอยห่วง สีเจลเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มกว่า
สีเจลไม่ได้แห้งเอง แต่แข็งตัวเมื่อโดนแสงจากเครื่องอบ ชั้นสีจึงแข็ง เงา และทนกว่าสีธรรมดามาก อบเสร็จก็ใช้มือได้เลย ไม่มีช่วงที่ต้องนั่งเป่าเล็บรอให้แห้ง อยู่ได้นานแค่ไหนและอะไรทำให้อยู่ได้สั้นหรือยาว อ่านต่อใน เล็บเจลอยู่ได้กี่วัน
งานสีพื้นดูเหมือนง่าย แต่เป็นงานที่ฟ้องทุกขั้นตอน โดยเฉพาะสีเข้มที่เห็นทุกคราบทุกรอย เทียบกับภาพข้างล่างได้เลย

สีแดงเบอร์กันดีแบบนี้ถ้าทาเองจะเห็นรอยแปรงชัดมาก งานที่ร้านขอบคม ผิวเรียบ ปลายเล็บปิดมนทุกนิ้ว

เขียวเข้มเป็นอีกสีที่ทาเองยากเพราะเม็ดสีเข้ม ขอบโคนที่เลอะนิดเดียวก็เห็นชัด

ส่วนสีน้ำตาลคาราเมลแบบนี้ ถ้าทาหนาเกินจะดูเป็นก้อน ต้องบางและเรียบเท่ากันทุกนิ้วถึงจะดูแพง
ที่ร้านเราเริ่มทุกงานด้วยการดันหนังโคนเล็บก่อนแล้วค่อยตัดหนังส่วนเกิน ทาเบสก่อนลงสีทุกงาน ปิดด้วยท็อปโค้ท และอบด้วยเครื่อง UV ทุกชั้น มีสีเจลให้เลือกมากกว่า 536 เฉด
| บริการ | ราคา |
|---|---|
| ทาสีเจล มือ 1 สี | 200 บาท |
| ทาสีเจล มือ 2-3 สี | 250 บาท |
| ทาสีเจล เท้า 1 สี | 250 บาท |
| ทาสีเจล เท้า 2-3 สี | 300 บาท |
ราคารวมตัดแต่งทรง ทาเบส และท็อปโค้ทแล้ว ดูเมนูทั้งหมดได้ที่ หน้าบริการและราคา ทุกงานอยู่ในช่วงดูแล 7 วันของร้าน กลับบ้านไปล้างจาน ทำงาน ใช้มือได้ตามปกติอย่างอุ่นใจ
ลูกค้าพูดถึงงานทาสีของร้านยังไง
อ่านรีวิวทั้งหมดได้ที่ หน้ารีวิว
รอบหน้าที่ทาสีเล็บเอง
รอบหน้าที่หยิบขวดสีขึ้นมา นึกถึง 7 จุดนี้ไว้ เช็ดความมันก่อน คลึงขวดแทนเขย่า ทาบางสองชั้น ปาดแค่สามครั้ง เว้นขอบโคน ปิดปลายทุกชั้น และให้เวลาสีแห้งจริง ทำครบแล้วสีจะเรียบขึ้น ฟองหายไป และไม่ลอกตั้งแต่วันที่สองอีก
ส่วนวันที่อยากได้สีสวยนาน ๆ แบบไม่ต้องนั่งทาเอง ดูสีและลายที่ลูกค้าเลือกบ่อยได้ใน แกลเลอรีผลงาน เลือกแบบที่ชอบไว้ แล้วส่งมาให้ร้านได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ทาเล็บเองยังไงให้สวย ไม่เป็นคราบ
เช็ดความมันบนหน้าเล็บก่อนทา ทาสีเป็นชั้นบาง ๆ สองชั้น ใช้แปรงปาดแค่สามครั้งต่อชั้น (กลาง ซ้าย ขวา) ไม่เกลี่ยไปมา เว้นขอบโคนเล็กน้อย และปิดปลายเล็บทุกชั้น
ทาสีเล็บแล้วเป็นฟอง เกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่เกิดจากการเขย่าขวดแรง ๆ จนอากาศเข้าไปในเนื้อสี และการทาชั้นหนาเกินไป ให้คลึงขวดระหว่างฝ่ามือแทนการเขย่า และทาเป็นชั้นบาง ๆ ถ้าฟองขึ้นแล้วให้เช็ดนิ้วนั้นออกแล้วทาใหม่
ทาสีเล็บเองแล้วลอกเป็นแผ่น เพราะอะไร
มักเกิดจากความมันบนหน้าเล็บ เช่น ทาครีมมือก่อนทาเล็บ หรือสีเลอะไปโดนหนังโคนเล็บ ขอบสีจึงยกตัว น้ำซึมเข้าใต้สี แล้วสีหลุดทั้งแผ่น เช็ดหน้าเล็บด้วยน้ำยาล้างเล็บก่อนทา และเว้นขอบโคนไว้เล็กน้อย
ทำยังไงให้สีทาเล็บที่ทาเองอยู่ได้นานขึ้น
ทาเบสและท็อปโค้ท ปิดปลายเล็บทุกชั้น ใส่ถุงมือตอนล้างจาน ไม่ใช้เล็บงัดของ และเติมท็อปโค้ทบาง ๆ ทุกสองวัน ตัดเล็บให้สั้นลงเล็กน้อยก็ช่วยให้ปลายไม่บิ่นง่าย
ทำไมสีเจลอยู่ได้นานกว่าสีทาเล็บธรรมดา
สีทาเล็บธรรมดาแห้งด้วยการระเหยในอากาศ ชั้นสีจึงบางและนิ่มกว่า ส่วนสีเจลแข็งตัวเมื่อโดนแสงจากเครื่องอบ ชั้นสีจึงแข็ง เงา และทนกว่า อบเสร็จก็ใช้มือได้เลย
ช่วงดูแล 7 วันของร้านคืออะไร
ถ้างานที่ทำจากร้านหลุดหรือลอกภายใน 7 วัน นำมาให้ร้านแก้ให้ฟรี
ร้านอยู่ที่ไหน จองคิวยังไง
ร้านอยู่บ้านน้อยใต้ ซอย 7/1 อำเภอเมืองนครพนม เปิดทุกวัน รับคิวทำเล็บ 09:00–18:00 น. วันละ 3 คิว จองทาง LINE @nannynails หรือโทร 099-0028935
อยากได้สีที่อยู่นานกว่าทาเอง ส่งรูปมาได้เลย
ส่งรูปสีหรือลายที่ชอบมาทาง LINE @nannynails หรือถ่ายรูปมือตอนนี้มาก็ได้ ช่างจะเทียบสีเจลที่ใกล้ที่สุดให้ หรือช่วยเลือกว่าเล็บของคุณเหมาะกับสีพื้นเรียบ ๆ หรือสีเข้มเงาวับ ร้านรับวันละ 3 คิว ช่วง 09:00–18:00
อ่านต่อ / ดูเพิ่ม