มือด้านเกิดจากอะไร 5 นิสัยที่ทำให้มือหยาบแข็งเป็นไต

จับมือเพื่อนแล้วเพื่อนทักว่ามือแข็งจัง หรือเผลอเอามือลูบผมตัวเองแล้วผมไปเกี่ยวกับผิวตรงโคนนิ้ว พอหงายมือดูก็เห็นผิวหนาเหลือง ๆ เป็นแผ่นแข็ง กดแล้วแทบไม่รู้สึก มือด้านแบบนี้ไม่ได้ขึ้นมาเองเฉย ๆ มันคือร่องรอยของสิ่งที่มือคุณทำซ้ำทุกวัน บทความนี้เล่าว่ามือด้านเกิดจากอะไร 5 นิสัยไหนที่ทำให้มือหยาบแข็งเป็นไตโดยไม่รู้ตัว มือด้านแก้ยังไงแบบปลอดภัย และแบบไหนที่ควรให้หมอดู
ข่าวดีคือมือด้านส่วนใหญ่ไม่อันตราย และค่อย ๆ นิ่มลงได้ถ้าหยุดสิ่งที่ทำให้มันหนาขึ้น แล้วดูแลอย่างใจเย็น สิ่งที่ทำให้หลายคนเจ็บตัวคือรีบอยากให้หายในวันเดียว จนไปเฉือน ไปขัดแรง หรือไปแกะ ซึ่งคือนิสัยที่บทความนี้จะชวนคุณเลิกค่ะ
มือด้านเกิดจากอะไร
มือด้านคือผิวหนังชั้นนอกที่หนาและแข็งขึ้นเป็นแผ่น มันเกิดจากการเสียดสีและแรงกดซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม เป็นวิธีที่ร่างกายปกป้องผิวข้างใต้ไม่ให้ระคายหรือบาดเจ็บ พูดง่าย ๆ คือผิวสร้างเกราะขึ้นมาเองตรงที่โดนถูบ่อยที่สุด
ผิวหนาแข็งแบบนี้เจอได้ทั้งที่เท้าและที่มือ ส่วนที่มือมักมาจากกิจกรรมที่ทำซ้ำ เช่น ยกน้ำหนัก และเล่นเครื่องดนตรี ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือปลายนิ้วของคนเล่นกีตาร์ มือของนักยิมนาสติก คนยกเวท และช่างฝีมือที่จับเครื่องมือทั้งวัน
ลักษณะที่สังเกตได้
- หนาและแข็งกว่าผิวรอบ ๆ คลำแล้วรู้ว่าเป็นแผ่น ขอบเขตค่อนข้างชัด
- สีออกเหลืองหรือขุ่นกว่าผิวปกติ ผิวดูทึบ ไม่มีความใส
- รู้สึกน้อยกว่าผิวปกติ หนังด้านมักไวต่อการสัมผัสน้อยกว่าผิวรอบข้าง
- แตกได้ พอหนังด้านแห้งมาก ๆ อาจแตกเป็นร่องและเจ็บ บางครั้งแดงหรือพองร่วมด้วย
มือด้าน กับ มือแห้ง ต่างกันยังไง
สองอย่างนี้คนเรียกรวม ๆ ว่ามือหยาบ แต่ต้นเหตุคนละแบบ ถ้าแยกไม่ออก จะดูแลผิดทาง
- มือด้าน เป็นแผ่นหนาแข็งเฉพาะจุด อยู่ตรงที่โดนถูหรือกดซ้ำ ๆ เช่น โคนนิ้ว ฝ่ามือใต้นิ้ว หรือปลายนิ้ว ต้นเหตุคือแรงเสียดสี
- มือแห้ง หยาบทั้งมือ ผิวตึง เป็นขุยขาว โดยเฉพาะหลังมือและข้อนิ้ว ต้นเหตุคือไขมันที่เคลือบผิวถูกล้างออก จากน้ำร้อน สบู่แรง และงานบ้าน
หลายคนเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน ด้านที่โคนนิ้วจากการทำงาน แล้วผิวทั้งมือก็แห้งจากการล้างมือบ่อย บทความนี้เน้นมือด้าน ส่วนมือแห้งทั้งมือ อ่านสาเหตุได้ใน มือแห้งเกิดจากอะไร 6 นิสัยที่ทำให้มือดูแก่กว่าอายุ
ด้านขึ้นตรงไหน บอกได้ว่ามาจากอะไร
หนังด้านขึ้นตรงที่มือรับแรงมากที่สุด หงายมือดูตำแหน่งของมัน แล้วนึกย้อนว่าในแต่ละวัน ตรงนั้นโดนอะไรกดหรือถูอยู่บ่อย ๆ
- ฝ่ามือใต้โคนนิ้ว ตรงนี้รับแรงเวลากำด้ามอะไรแน่น ๆ เช่น จอบ เสียม ไม้กวาด ด้ามไม้ถูพื้น ราวจับ หรือบาร์ดัมเบลที่ยิม
- ปลายนิ้ว เจอบ่อยในคนที่กดสายเครื่องดนตรีทุกวัน อย่างกีตาร์
- ข้างนิ้ว ตรงที่ด้ามกรรไกร มีด หรือเครื่องมือเล็ก ๆ ดันอยู่เวลาใช้งานนาน ๆ
- ทั่วฝ่ามือ คนที่ทำงานใช้แรงมือทั้งวัน ยกของ ขนของ หรือทำสวน ผิวทั้งฝ่ามือจะหนาขึ้นเป็นแผ่นกว้าง
ตำแหน่งบอกต้นเหตุได้ และต้นเหตุคือสิ่งที่คุณจัดการได้ ครีมดีแค่ไหนก็สู้แรงถูที่ยังเกิดขึ้นทุกวันไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ต้องดูนิสัยก่อนดูครีม
5 นิสัยที่ทำให้มือหยาบแข็งเป็นไต
อ่านแล้วนับไปด้วยว่าคุณทำอยู่กี่ข้อ บางข้อทำให้ด้านหนาขึ้น บางข้อทำให้ด้านที่มีอยู่แย่ลงจนแตกและเจ็บ ทุกข้อมีวิธีทำแทนที่ไม่ยุ่งยาก
1. ทำงานใช้มือหนัก ๆ โดยไม่ใส่ถุงมือ
ทำสวนตอนเช้า ถอนหญ้า ขุดดิน กวาดลานบ้าน ยกลังของ หรือยกเวทที่ยิม มือเปล่าทั้งหมด ทุกครั้งที่กำด้ามแน่น ๆ แล้วด้ามถูกับฝ่ามือไปมา ผิวตรงนั้นจะได้รับสัญญาณว่าต้องสร้างเกราะเพิ่ม ทำซ้ำทุกวัน ด้านก็หนาขึ้นทุกวันเหมือนกัน
ควรใส่ถุงมือเวลาทำงานใช้แรงมือ และกันมือไม่ให้ถูกับวัสดุหยาบ ๆ ซึ่งคือวิธีป้องกันที่ตรงต้นเหตุที่สุด
ทำแทน เก็บถุงมือผ้าหรือถุงมือทำสวนไว้ข้างเครื่องมือ หยิบเครื่องมือเมื่อไหร่ หยิบถุงมือด้วย ถ้ายกเวท ใช้ถุงมือยกน้ำหนักหรือแผ่นรองมือ ถ้างานต้องจับน้ำหรือน้ำยา ใช้ถุงมือยางแทน
2. เอาใบมีด กรรไกร หรือกรรไกรตัดเล็บ เฉือนด้านออกเอง
นิสัยนี้คนทำเยอะมาก เพราะเห็นผลทันที ด้านหนา ๆ หลุดออกมาเป็นแผ่น มือดูเรียบในวินาทีนั้น แต่ใบมีดแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือด้าน ตรงไหนคือผิวดี เฉือนลึกไปนิดเดียวก็เป็นแผลเปิด
อย่าตัดหรือเฉือนหนังด้านเอง เพราะการเอาผิวออกมากเกินไปทำให้เลือดออกและติดเชื้อได้ มือเป็นส่วนที่จับของสกปรกทั้งวัน แผลที่มือจึงหายยากกว่าที่คิด และพอแผลหาย ผิวตรงนั้นก็ยังโดนถูแบบเดิม ด้านก็กลับมาอีก
ทำแทน ทำให้ด้านนิ่มลงก่อน แล้วค่อย ๆ ขัดออกทีละน้อยด้วยหินขัด ตามขั้นตอนในหัวข้อมือด้านแก้ยังไงด้านล่าง ถ้าด้านหนามากจนเจ็บ ให้หมอเป็นคนจัดการ
3. ขัดแรง ขัดนาน ตอนผิวยังแข็งและแห้ง
บางคนรู้ว่าไม่ควรเฉือน เลยหันมาขัดแทน แต่ขัดแบบถูแรง ๆ ตอนมือแห้งสนิท ขัดทุกวัน วันละนาน ๆ หวังให้เกลี้ยงเร็ว ผิวที่แห้งและแข็งจะไม่หลุดออกเป็นชั้นบาง ๆ แต่จะถลอก แดง และแสบแทน
ให้แช่มือในน้ำอุ่นก่อนประมาณ 5 ถึง 10 นาที จนผิวนิ่ม แล้วค่อยใช้หินขัดถูเบา ๆ เป็นวงกลมหรือถูไปด้านข้าง และระวังอย่าขัดผิวออกมากเกินไป เพราะอาจทำให้เลือดออกและติดเชื้อ
ทำแทน แช่ก่อนขัดทุกครั้ง ขัดแค่ไม่กี่ครั้งแล้วหยุด ถ้าเริ่มรู้สึกแสบหรือเห็นผิวเป็นสีชมพู แปลว่าพอแล้วสำหรับวันนั้น ด้านที่หนามาเป็นเดือน ไม่จำเป็นต้องหายในวันเดียว
4. แกะ ดึง หรือกัดหนังด้านเวลาว่าง
นั่งดูโทรศัพท์ นั่งรอคิว หรือตอนเครียด มือจะหาอะไรทำเอง ขอบหนังด้านที่ยกขึ้นนิดหนึ่งเลยโดนแกะ โดนดึง บางคนใช้ฟันกัด เพราะรู้สึกว่าเก็บให้เรียบอยู่ แต่หนังด้านไม่ได้หลุดตามรอยที่เราอยากให้หลุด มันฉีกลึกเข้าไปถึงผิวดี เป็นแผลเล็ก ๆ ที่เจ็บทุกครั้งที่โดนน้ำ
หลักเดียวกับข้อ 2 คือการเอาผิวออกเกินไปเปิดทางให้เลือดออกและติดเชื้อ ยิ่งถ้าใช้ปากกัด เชื้อจากปากก็เข้าแผลได้อีกทาง นิสัยเดียวกันนี้คนมักทำกับหนังรอบเล็บด้วย อ่านเพิ่มได้ใน หนังรอบเล็บลอก ดึงทิ้งแล้วเจ็บ
ทำแทน พกกรรไกรตัดเล็บอันเล็กหรือตะไบไว้ในกระเป๋า เจอขอบหนังยกขึ้นมา ตัดเฉพาะส่วนที่ลอยอยู่ ไม่ดึง ไม่ตัดลึกถึงผิวที่ติดอยู่ แล้วทาครีมทับ ถ้ามือว่างจนอยากแกะ ให้มือทำอย่างอื่นแทน เช่น ถือแก้วน้ำ
5. ปล่อยให้ด้านแห้ง ไม่เคยทาอะไรเลย
หลายคนคิดว่าหนังด้านแข็งอยู่แล้ว ทาครีมไปก็ไม่ซึม เลยไม่ทา ความจริงคือหนังด้านที่แห้งจะแข็งและเปราะยิ่งกว่าเดิม หนังด้านแตกได้ และรอยแตกนั้นเจ็บ ถ้าด้านอยู่ตรงโคนนิ้วที่งอทั้งวัน รอยแตกจะถูกดึงให้กว้างขึ้นทุกครั้งที่กำมือ
ทาครีมบำรุงที่ด้านทุกวัน โดยเลือกแบบที่มีส่วนผสมช่วยให้ผิวหนานิ่มลงทีละน้อย เช่น ยูเรีย แอมโมเนียมแลคเตต หรือกรดซาลิไซลิก ข้อควรระวังคือยูเรียและครีมที่มีกรดมักแสบเมื่อทาบนผิวที่มีรอยแตกหรือรอยเกา ถ้าด้านแตกเป็นร่องอยู่ ให้ใช้ครีมหรือขี้ผึ้งเนื้อเรียบ ๆ ไม่มีน้ำหอม ทาไปก่อนจนรอยแตกปิด
ทำแทน ทาครีมที่จุดด้านทุกวันหลังล้างมือ ถูวนให้ครีมเข้าไปในผิวหนา ๆ ส่วนจังหวะไหนของวันที่ทาแล้วได้ผลที่สุด และเนื้อครีมแบบไหนเหมาะกับตอนไหน อ่านต่อใน ทาครีมทามือทุกวันแต่มือยังแห้ง เพราะทาผิดเวลา
มือด้านแก้ยังไง ทำตามทีละขั้น
ขั้นตอนนี้ใช้ของที่มีในบ้านได้เกือบหมด ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที
- แช่มือในน้ำอุ่น 5 ถึง 10 นาที น้ำอุ่นพอสบาย ไม่ใช่น้ำร้อน แช่จนหนังด้านนิ่มลง
- ซับให้หมาด แล้วขัดเบา ๆ ด้วยหินขัด ถูเป็นวงกลมหรือถูไปด้านข้าง ไม่กี่ครั้งพอ หยุดก่อนรู้สึกแสบ
- ล้างและซับอีกครั้ง แล้วทาครีมบำรุงทันทีตอนผิวยังหมาด
- เลือกครีมที่มียูเรีย แอมโมเนียมแลคเตต หรือกรดซาลิไซลิก ทาที่จุดด้านทุกวัน ถ้ามีรอยแตกหรือแผล ข้ามส่วนผสมพวกนี้ไปก่อน
- จัดการต้นเหตุ ใส่ถุงมือตอนทำงาน ทำสวน หรือยกเวท ไม่อย่างนั้นด้านจะหนาขึ้นใหม่เร็วพอ ๆ กับที่ขัดออก
- ใจเย็น ทำซ้ำเป็นระยะ ไม่ต้องให้หมดในครั้งเดียว ด้านที่ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะหนา ก็ต้องใช้เวลากว่าจะบางลง

หินขัดเป็นของใช้ส่วนตัว ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้ อย่าใช้ร่วมกับคนอื่น และอย่าใช้บนผิวที่เป็นแผลอยู่
ด้านไม่ต้องขัดจนเกลี้ยง
เรื่องที่คนไม่ค่อยรู้คือ หนังด้านไม่ใช่ศัตรู มันเกิดขึ้นเพื่อปกป้องผิวข้างใต้ คนที่ยังทำงานเดิม เล่นดนตรีเดิม หรือยกเวทเหมือนเดิมทุกวัน ถ้าขัดด้านออกจนเกลี้ยง ผิวบาง ๆ ข้างใต้จะพองหรือถลอกแทน
เป้าหมายที่เหมาะกว่าคือให้ด้านบางลง นิ่มลง และไม่แตก มือจะยังทำงานได้เหมือนเดิม แต่จับแล้วไม่สาก และไม่มีขอบแข็งไปเกี่ยวเสื้อผ้าหรือเส้นผม
มือด้านแบบไหน ควรไปหาหมอ
มือด้านทั่วไปดูแลเองได้ แต่ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งในนี้ ให้หมอดูก่อนดีกว่าขัดเอง
- เป็นเบาหวาน มีปัญหาการไหลเวียนเลือด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ กลุ่มนี้ไม่ควรจัดการหนังด้านเอง เพราะแผลเล็ก ๆ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่
- เจ็บมาก หรือด้านหนาจนใช้มือไม่สะดวก
- แดง บวม ร้อน มีหนอง หรือมีเลือดออก อาจติดเชื้อ
- ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้นใน 3 สัปดาห์ หรือแย่ลง
- ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังด้านจริงหรือเปล่า ควรไปหาหมอเมื่อไม่รู้ต้นเหตุ
- ผิวหนาเป็นปื้นแดง คัน เป็นขุย มีตุ่มน้ำ หรือแตกลึก ทั้งที่ทาครีมทั้งวันแล้วไม่ดีขึ้น นี่อาจเป็นผื่นอักเสบที่มือ และถ้าไม่รักษามักแย่ลง ผิวแห้งหนาที่ไม่หายยังอาจเป็นโรคผิวหนังอย่างอื่นได้ด้วย
มือด้านเห็นชัดที่สุดตอนไหน คำตอบคือตอนถ่ายรูปเล็บ
เวลาคนทำเล็บใหม่แล้วถ่ายรูป มักจะวางมือบนผ้าหรือจับแก้ว ท่าที่นิ้วงอเล็กน้อยแบบนี้ ผิวตรงข้อนิ้ว ข้างนิ้ว และรอบเล็บจะอยู่ในรูปทั้งหมด หนังด้านหรือขอบหนังที่ลอกขึ้นมาจึงเห็นชัดกว่าตอนมองด้วยตาเปล่า
ร้านทำเล็บดูแลส่วนเล็บ ขั้นเคลียร์หน้าเล็บที่ร้าน ช่างจะดันหนังโคนเล็บก่อน แล้วค่อยตัดหนังส่วนเกินรอบเล็บ ขอบเล็บจึงเรียบและสีดูคม ส่วนหนังด้านที่ฝ่ามือหรือโคนนิ้ว ร้านไม่มีบริการขัดมือหรือสปามือ ดูแลเองที่บ้านตามขั้นตอนข้างบนได้เลย เคล็ดลับสำหรับคนที่มือด้านและกำลังจะมาทำเล็บ
- ช่วงก่อนมาทำ ทาครีมที่จุดด้านและรอบเล็บทุกวัน ผิวที่นิ่มลงจะดูดีกว่าในรูป
- อย่าเฉือนหรือแกะหนังรอบเล็บเองก่อนมา แผลสด ๆ รอบเล็บทำให้ทำงานยากขึ้น ปล่อยให้ขั้นเคลียร์หน้าเล็บจัดการ
- เช้าวันที่มาทำเล็บ ไม่ต้องทาครีมหรือน้ำมันที่หน้าเล็บ ความมันทำให้เจลยึดได้ไม่แน่น
- หลังทำเสร็จ ใส่ถุงมือตอนทำงานหนักเหมือนเดิม ถุงมือช่วยทั้งมือไม่ด้านและเล็บเจลไม่บิ่น
สีเล็บก็ช่วยให้มือดูนุ่มขึ้นได้ สีขาวมุก ชมพูนม และนู้ดชมพู เป็นโทนสว่างที่ทำให้มือดูสะอาด คนมองจะไปจบที่เล็บก่อนผิว



ราคาทาสีเจลมือ 1 สี 200 บาท 2 ถึง 3 สี 250 บาท ทุกงานรวมตัดแต่งทรง ทาเบส และท็อปโค้ทแล้ว และทุกงานอยู่ในช่วงดูแล 7 วันของร้าน ดูลายอื่นในโทนเดียวกันได้ที่ แกลเลอรีผลงาน
ลูกค้าพูดถึงมือช่างที่ร้านยังไง
อ่านรีวิวทั้งหมดได้ที่ หน้ารีวิว
มือที่จับแล้วไม่สาก
นึกภาพวันที่เพื่อนจับมือคุณแล้วไม่ทักเรื่องมือแข็งอีก ผมไม่เกี่ยวกับโคนนิ้วตอนเสยผม และรูปเล็บใหม่ที่ถ่ายออกมา เห็นแค่สีที่คุณเลือก สิ่งที่เปลี่ยนมีแค่ถุงมือตอนทำงาน เลิกเฉือนเลิกแกะ แช่ก่อนขัด และครีมที่ด้านทุกวัน
ถ้ามือทั้งมือแห้งตึงด้วย อ่านต้นเหตุใน มือแห้งเกิดจากอะไร และถ้าทาครีมทุกวันแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะจังหวะที่ทา อ่านต่อใน ทาครีมทามือผิดเวลา
คำถามที่พบบ่อย
มือด้านเกิดจากอะไร
เกิดจากการเสียดสีและแรงกดซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม ผิวจึงหนาขึ้นเป็นเกราะปกป้องตัวเอง เจอบ่อยในคนที่กำด้ามเครื่องมือ ทำสวน ยกเวท หรือเล่นกีตาร์ โดยไม่ใส่ถุงมือ
มือด้านแก้ยังไง
แช่มือในน้ำอุ่น 5 ถึง 10 นาทีจนผิวนิ่ม ขัดเบา ๆ ด้วยหินขัด ทาครีมที่มียูเรีย แอมโมเนียมแลคเตต หรือกรดซาลิไซลิกทุกวัน และใส่ถุงมือตอนทำงาน ห้ามเฉือนหรือตัดเอง
มือด้านกับมือแห้งต่างกันยังไง
มือด้านเป็นแผ่นหนาแข็งเฉพาะจุดที่โดนถูหรือกด ส่วนมือแห้งหยาบตึงเป็นขุยทั้งมือ จากน้ำร้อน สบู่ และงานบ้าน หลายคนเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ครีมทามือแห้งแตกที่มีรอยแตก ใช้ยูเรียได้ไหม
ครีมที่มียูเรียหรือกรดมักแสบเมื่อทาบนรอยแตก ช่วงที่ยังแตกอยู่ให้ใช้ครีมหรือขี้ผึ้งเนื้อเรียบ ๆ ไม่มีน้ำหอมไปก่อน ถ้าแตกลึก เลือดออก หรือไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์
มือด้านแบบไหนควรไปหาหมอ
ถ้าเป็นเบาหวาน มีปัญหาการไหลเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันต่ำ เจ็บมาก มีหนองหรือเลือดออก ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้นใน 3 สัปดาห์ หรือเป็นปื้นแดงคันมีตุ่มน้ำ ควรไปพบแพทย์
ทำงานหนักแล้วเล็บเจลบิ่นหรือขอบยก ทำยังไง
อย่าแกะหรือดึงออกเอง ทุกงานของร้านมีช่วงดูแล 7 วัน ถ้าเล็บหลุดหรือลอกภายใน 7 วันหลังทำ เอามาให้ร้านแก้ให้ฟรี และใส่ถุงมือตอนทำงานหนักจะช่วยให้เล็บเจลอยู่ได้นานขึ้น
ร้านอยู่ที่ไหน จองคิวยังไง
ร้านอยู่บ้านน้อยใต้ ซอย 7/1 อำเภอเมืองนครพนม เปิดทุกวัน รับคิวทำเล็บ 09:00–18:00 น. วันละ 3 คิว จองทาง LINE @nannynails หรือโทร 099-0028935
อยากได้สีเล็บที่ทำให้มือดูนุ่มและสะอาดตา ส่งรูปมือมาให้ร้านช่วยเลือก
ส่งรูปมือของคุณ หรือรูปลายที่ชอบ มาทาง LINE @nannynails บอกด้วยว่าชอบโทนขาวมุก ชมพูนม หรือนู้ด เล็บสั้นหรือยาว ร้านช่วยแนะนำสีที่เข้ากับผิวและประเมินราคาให้ ร้านรับวันละ 3 คิว
อ่านต่อ / ดูเพิ่ม