ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร 6 สิ่งที่ทำพลาดจนส้นแตกซ้ำทุกปี

ลมหนาวปลายปีมาถึงนครพนมทีไร ส้นเท้าก็เริ่มแห้งเป็นขุย เดินไปมาแล้วขอบส้นเกี่ยวผ้าปูที่นอน สักพักก็มีรอยแตกเป็นเส้น ๆ บางวันแตกลึกจนแสบเวลาเดิน พอทาครีมไปสักพักก็ดีขึ้น แต่ปีหน้าก็วนกลับมาอีก บทความนี้บอกว่าส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร มี 6 อย่างที่หลายคนทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ว่ากำลังทำให้ส้นแตกซ้ำ ส้นเท้าแตกทำยังไง ทาอะไรดี และเมื่อไหร่ควรไปหาหมอ
ส้นเท้าแตกไม่ได้แปลว่าคุณไม่ดูแลตัวเอง คนที่ขยันขัดส้นทุกอาทิตย์ก็แตกได้ หลายครั้งตัวการคือนิสัยเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนช่วย แต่จริง ๆ กำลังทำให้ผิวส้นหนาและแห้งกว่าเดิม พอรู้ว่าตรงไหนพลาด การดูแลก็ง่ายขึ้นเยอะ และส้นเท้าจะไม่ต้องกลับมาแตกทุกหน้าหนาวอีก
ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร
คำตอบสั้น ๆ คือ ผิวส้นเท้าที่ทั้งแห้งและหนา แล้วโดนแรงกดซ้ำ ๆ ทุกวัน
ผิวที่ส้นเท้าต่างจากผิวส่วนอื่น มันหนากว่า และแทบไม่มีต่อมน้ำมันช่วยเคลือบความชุ่มชื้น เวลาเรายืนหรือเดิน ไขมันใต้ส้นเท้าจะถูกน้ำหนักตัวกดให้แผ่ออกด้านข้าง ถ้าผิวรอบขอบส้นยังนุ่ม ผิวก็ยืดตามได้ แต่ถ้าผิวแห้งจนแข็งเป็นขอบหนา ผิวยืดไม่ทัน ก็ปริเป็นร่อง ร่องที่โดนกดซ้ำทุกก้าวจะค่อย ๆ ลึกขึ้น
ส้นเท้าแตกเกิดจากผิวขาดน้ำ ร่วมกับชั้นผิวที่หนาตัวมากเกินไป และแรงกดกับการเสียดสีจากการเดินทำให้รอยแตกลึกขึ้น
ใครเป็นง่ายกว่าคนอื่น
- คนที่ยืนหรือเดินทั้งวัน โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง เช่น พนักงานขาย แม่ค้า ครู พยาบาล
- คนที่อายุมากขึ้น ผิวผลิตความชุ่มชื้นได้น้อยลงตามวัย
- คนที่น้ำหนักตัวมาก แรงกดที่ส้นก็มากตาม
- ช่วงอากาศเย็นและแห้ง อย่างปลายปีถึงต้นปี ผิวเสียน้ำง่ายกว่าหน้าฝน
- คนที่มีโรคผิวหรือโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน เชื้อราที่เท้า โรคไทรอยด์ และเบาหวาน
6 สิ่งที่ทำพลาดจนส้นเท้าแตกซ้ำทุกปี
ข้อพวกนี้คนทำกันเยอะมาก เพราะแต่ละอย่างดูไม่มีพิษภัยอะไร อ่านแล้วเช็คดูว่าคุณทำอยู่กี่ข้อ
1. ใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าเปิดส้นแทบทั้งปี
บ้านเราอากาศร้อน รองเท้าแตะเลยเป็นรองเท้าคู่หลักของหลายคน แต่รองเท้าที่ไม่มีส่วนหุ้มส้น ปล่อยให้ไขมันใต้ส้นแผ่ออกด้านข้างได้เต็มที่ทุกก้าว ขอบส้นโดนดึงให้ปริอยู่ตลอด เดินเท้าเปล่าบนพื้นกระเบื้องในบ้านก็แบบเดียวกัน ส้นไม่มีอะไรรองรับเลย
ไม่ต้องเลิกใส่รองเท้าแตะ แค่ช่วงที่ส้นเริ่มแห้ง ให้สลับมาใส่รองเท้าที่มีส่วนหุ้มส้นในวันที่ต้องเดินเยอะ และใส่รองเท้าใส่ในบ้านพื้นนุ่ม ๆ แทนการเดินเท้าเปล่า
2. ขูดหนังส้นด้วยใบมีดหรือขัดแรงจนผิวแดง
เห็นหนังหนาเป็นขอบขาว ๆ ก็อยากเอาออกให้หมดในครั้งเดียว บางคนใช้มีดโกน กรรไกร หรือที่ขูดส้นแบบมีใบมีด บางคนขัดด้วยหินขัดแรง ๆ ตอนผิวยังแห้ง ผลคือผิวบางลงจนเป็นแผล เชื้อโรคเข้าได้ และผิวที่ถูกขูดแรงมักจะสร้างหนังหนากลับมาใหม่เร็วกว่าเดิม
วิธีที่แนะนำคือ แช่เท้าให้ผิวนุ่มก่อน แล้วถูเบา ๆ ด้วยใยขัดตัวหรือแปรงขัดเท้า เอาออกทีละนิดในหลาย ๆ วัน ไม่ใช่เอาออกหมดในวันเดียว
3. แช่น้ำร้อนนาน ๆ และใช้สบู่แรงทุกวัน
น้ำอุ่นจัด ๆ ให้ความรู้สึกสบาย แต่น้ำร้อนกับสบู่ที่ล้างไขมันเก่ง จะพาน้ำมันธรรมชาติที่เหลืออยู่น้อยนิดบนผิวออกไปด้วย ยิ่งแช่นาน ยิ่งล้างบ่อย ผิวยิ่งแห้งหลังเช็ดตัวเสร็จ
แช่เท้าได้ แต่ใช้น้ำอุ่นพอสบาย ประมาณ 10 นาทีก็พอ แล้วซับให้แห้ง ทาครีมทันทีตอนผิวยังนุ่มอยู่
4. ทาครีมเฉพาะวันที่แตกแล้ว และทาแค่โลชั่นบาง ๆ
หลายคนหยิบโลชั่นทาตัวมาทาส้นเฉพาะวันที่เริ่มแสบ โลชั่นเนื้อบางซึมเร็วก็จริง แต่ไม่พอสำหรับผิวส้นที่หนาและแห้งจัด ผิวส้นต้องการครีมเนื้อหนาที่เคลือบกันน้ำระเหยออก และต้องทาสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ใช่รอให้แตกก่อน
ครีมที่ช่วยได้จริงและทาอะไรดี อ่านต่อในหัวข้อด้านล่างได้เลย
5. หยุดดูแลทันทีที่ส้นหายแตก
ข้อนี้คือเหตุผลหลักที่ส้นแตกซ้ำทุกปี พอรอยแตกปิด เราก็ลืมทาครีม ปล่อยไปจนหนังหนาสะสมขึ้นอีกรอบ พอลมหนาวมาถึง ผิวแห้งเร็ว ขอบหนาที่รออยู่แล้วก็ปริทันที
ส้นเท้าที่หายแตกแล้วยังต้องการครีมอยู่ แค่ทาน้อยลงได้ ทาหลังอาบน้ำวันละครั้ง ขัดเบา ๆ อาทิตย์ละครั้ง แค่นี้ขอบหนาก็ไม่มีโอกาสก่อตัว
6. เหมาว่าเป็นแค่ผิวแห้ง ทั้งที่อาจเป็นอย่างอื่น
ส้นเท้าแตกส่วนใหญ่มาจากผิวแห้งจริง แต่บางคนดูแลถูกทุกอย่างแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะต้นเหตุคือเรื่องอื่น เช่น เชื้อราที่เท้า ที่มักคันและลอกเป็นขุยร่วมด้วย โรคสะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังอักเสบ โรคไทรอยด์ที่ทำให้ผิวแห้งทั้งตัว หรือเบาหวาน ที่ทำให้ผิวเท้าแห้งและรู้สึกช้าลง
ถ้าดูแลเองสม่ำเสมอมาราวหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีผื่นคันที่ที่อื่นด้วย ให้ไปให้หมอดู ไม่ต้องทนทาครีมไปเรื่อย ๆ
ส้นเท้าแตกทำยังไง ขั้นตอนก่อนนอนที่ทำเองได้
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ทำก่อนนอนได้ทุกคืน
- แช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 10 นาที น้ำเปล่าหรือผสมสบู่อ่อน ๆ ก็ได้ แล้วซับให้แห้ง
- ถูส้นเบา ๆ ด้วยหินขัดเท้า ใยขัด หรือแปรงขัดเท้า เอาเฉพาะผิวที่หลุดง่าย ถ้าเริ่มแสบหรือแดงให้หยุด
- ทาครีมเนื้อหนาทันที ทาให้ทั่วขอบส้นและในร่องที่แตก
- ใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายบาง ๆ นอน ช่วยให้ครีมอยู่บนผิวทั้งคืน ไม่เลอะที่นอน

ถ้าทำทุกคืน ส่วนใหญ่จะเห็นผิวส้นนุ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ รอยแตกตื้น ๆ ค่อย ๆ ปิด ข้อสำคัญคือทำต่อเนื่อง ทำวันเว้นสามวันจะไม่ค่อยเห็นผล
ถ้ามีแผลเปิดหรือเลือดซิบ ข้ามขั้นขัดไปก่อน รอให้แผลปิด และถ้าคุณเป็นเบาหวาน อย่าแช่เท้าและอย่าขัดเอง ข้ามไปอ่านหัวข้อเบาหวานด้านล่างก่อน
ส้นเท้าแตกทาอะไรดี
ครีมทาส้นมีหลายยี่ห้อ ดูที่ส่วนผสมง่ายกว่าดูชื่อยี่ห้อ ส่วนผสมที่ใช้ได้ผลมีประมาณนี้
| ส่วนผสม | ช่วยยังไง |
|---|---|
| ยูเรีย (Urea) | ดึงน้ำเข้าผิวและทำให้หนังหนานุ่มลง ใช้เป็นประจำได้ |
| กรดซาลิไซลิก กรดแลคติก หรือ AHA | ช่วยให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออกง่ายขึ้น |
| กลีเซอรีน | ดึงความชุ่มชื้นเข้าผิว |
| ปิโตรเลียมเจลลี (วาสลีน) หรือครีมเนื้อน้ำมัน | เคลือบกันน้ำระเหยออกจากผิว ทาปิดท้ายก่อนใส่ถุงเท้าได้ดี |
ข้อควรรู้ ครีมที่มียูเรียหรือกรดผลัดผิวอาจแสบหรือระคายเคืองเล็กน้อย แนะนำให้ทาไม่เกินวันละ 2 ครั้ง และไม่ควรทาลงบนแผลเปิด ครีมพวกนี้มีหลายความเข้มข้น ถามเภสัชกรที่ร้านยาว่าแบบไหนเหมาะกับส้นของคุณ ถ้าเกินที่หาซื้อได้ หมออาจสั่งครีมที่แรงกว่าให้
ส่วนคำถามยอดฮิตว่าส้นเท้าแตกเพราะขาดวิตามินหรือเปล่า เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ อ่านแยกได้ใน ส้นเท้าแตก ขาดวิตามินจริงไหม
ส้นเท้าแตกแบบไหนต้องไปหาหมอ
ส้นเท้าแตกส่วนใหญ่ดูแลเองที่บ้านได้ แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ไม่ควรรอ
- รอยแตกลึกจนเห็นเนื้อแดง หรือมีเลือดออก
- บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือปวดมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อ
- เจ็บจนเดินลำบาก หรือกระทบการทำงานทุกวัน
- ดูแลเองสม่ำเสมอมาราวหนึ่งเดือนแล้วไม่ดีขึ้น
- มีผื่นคัน ลอกเป็นขุยที่ง่ามนิ้ว หรือเป็นผื่นที่อื่นของร่างกายด้วย
ถ้าเป็นเบาหวาน ต้องระวังกว่าคนทั่วไป
คนเป็นเบาหวานอาจมีเส้นประสาทที่เท้าทำงานน้อยลง รู้สึกเจ็บช้า และแผลหายช้ากว่าปกติ รอยแตกเล็ก ๆ ที่ส้นจึงกลายเป็นแผลติดเชื้อได้โดยไม่ทันรู้ตัว คำแนะนำดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมีประมาณนี้
- ดูเท้าตัวเองทุกวัน ทั้งหลังเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า และง่ามนิ้ว ถ้าก้มดูไม่ถนัดให้ใช้กระจกหรือให้คนในบ้านช่วยดู
- ทาครีมให้ผิวเท้าทุกวัน แต่ไม่ทาในง่ามนิ้ว เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย
- ไม่แช่เท้านาน ๆ เพราะทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม
- ไม่ขูด ไม่ตัดหนังด้านเอง
ถ้าเป็นเบาหวานแล้วส้นเริ่มแตก ปรึกษาหมอหรือพยาบาลที่ดูแลเบาหวานของคุณตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่ารอให้เป็นแผล
ทำยังไงให้ปีหน้าส้นไม่แตกอีก
กุญแจคือเริ่มก่อนที่ส้นจะแตก ไม่ใช่รอแก้ทีหลัง
- เริ่มทาครีมจริงจังตั้งแต่ปลายฝน ก่อนลมหนาวมา ผิวที่ชุ่มชื้นอยู่แล้วรับมืออากาศแห้งได้ดีกว่า
- ทาครีมหลังอาบน้ำทุกวัน ตอนผิวยังหมาด ๆ เป็นเวลาที่ครีมเข้าผิวได้ดีที่สุด
- ขัดเบา ๆ อาทิตย์ละครั้ง ไม่รอให้หนังหนาจนเป็นขอบแข็ง
- เลือกรองเท้าที่มีส่วนหุ้มส้นในวันที่เดินเยอะ และใส่รองเท้าในบ้านแทนการเดินเท้าเปล่า
- ยืนนานให้หาแผ่นรองนุ่ม ๆ พื้นรองเท้าที่นุ่มหรือแผ่นรองส้นช่วยลดแรงกด
- ใช้น้ำอุ่นพอดี ๆ ตอนอาบน้ำ และใช้สบู่อ่อน ๆ ที่ไม่ทำให้ผิวตึง
ถ้ามือก็แห้งแตกไปพร้อมกับส้นเท้าในหน้าหนาว เรื่องนี้มีต้นเหตุคล้ายกัน อ่านต่อได้ใน มือแห้งเกิดจากอะไร
ส้นหายดีแล้ว อยากให้เท้าดูน่ามองอีกนิด
พอส้นเท้านุ่มขึ้น คนส่วนใหญ่จะเริ่มกล้าใส่รองเท้าเปิดหัวอีกครั้ง ส่วนที่ทำให้เท้าดูได้รับการดูแลได้ไวที่สุดคือเล็บเท้า เล็บที่ตัดเรียบร้อยและทาสีเจลสักสี ทำให้เท้าดูสะอาดขึ้นทันทีเวลาใส่รองเท้าแตะหรือส้นสูงเปิดหน้า


ที่ร้านเราทำเฉพาะเล็บ ไม่ได้ทำสปาเท้าหรือขัดส้น การทาสีเจลเล็บเท้าเริ่มที่ 250 บาท รวมตัดแต่งทรงเล็บ ทาเบส และท็อปโค้ทแล้ว สีเจลอยู่บนเล็บเท้าได้นานกว่าเล็บมือ เพราะเล็บเท้างอกช้ากว่า อ่านเพิ่มได้ใน เล็บเจลอยู่ได้กี่วัน ถ้าที่เท้ามีแผลเปิด หรือเล็บเท้าหนาเหลืองสงสัยว่าเป็นเชื้อรา ให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาทำ
ดูสีเล็บเท้าที่ลูกค้าทำจริงได้ใน แกลเลอรีผลงาน
ส้นเท้าที่เดินได้สบายทั้งหน้าหนาว
ส้นเท้าแตกซ้ำทุกปีไม่ใช่เรื่องดวงหรือกรรมพันธุ์อย่างเดียว ส่วนใหญ่มาจากรองเท้า น้ำร้อน การขูดแรง และการหยุดดูแลเร็วเกินไป แก้ตรงนี้ได้ ปีหน้าคุณจะเดินผ่านหน้าหนาวไปได้โดยไม่ต้องสะดุ้งทุกครั้งที่ผ้าปูที่นอนเกี่ยวส้น และถ้ามีสัญญาณอักเสบหรือเป็นเบาหวาน ไปหาหมอก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่เกิดจากผิวส้นที่แห้งและหนา แล้วโดนแรงกดตอนยืนหรือเดิน ผิวยืดตามไม่ทันจึงปริเป็นร่อง ปัจจัยเสริมคือรองเท้าเปิดส้น เดินเท้าเปล่า ยืนนาน อากาศแห้ง อายุ น้ำหนักตัว และโรคบางอย่าง เช่น เชื้อราที่เท้า สะเก็ดเงิน ไทรอยด์ เบาหวาน
ส้นเท้าแตกทำยังไง
แช่เท้าน้ำอุ่นประมาณ 10 นาที ซับให้แห้ง ถูส้นเบา ๆ ด้วยหินขัดหรือแปรงขัดเท้า ทาครีมเนื้อหนาทันที แล้วใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายบาง ๆ นอน ทำทุกคืนต่อเนื่อง ถ้ามีแผลเปิดให้ข้ามขั้นขัดไปก่อน
ส้นเท้าแตกทาอะไรดี
ครีมที่มียูเรีย กรดซาลิไซลิก กรดแลคติก หรือ AHA ช่วยให้หนังหนานุ่มลง ปิดท้ายด้วยปิโตรเลียมเจลลีหรือครีมเนื้อน้ำมันก่อนใส่ถุงเท้า ครีมกลุ่มยูเรียและกรดอาจแสบเล็กน้อย ทาไม่เกินวันละ 2 ครั้งและไม่ทาบนแผลเปิด ถามเภสัชกรเรื่องความเข้มข้นที่เหมาะ
ใช้มีดโกนขูดส้นเท้าได้ไหม
ไม่ควร ใบมีดทำให้เป็นแผลและติดเชื้อได้ง่าย และผิวที่ถูกขูดแรงมักสร้างหนังหนากลับมาเร็ว ให้แช่เท้าให้นุ่มก่อนแล้วถูเบา ๆ เอาออกทีละนิดหลายวัน
ส้นเท้าแตกแบบไหนต้องไปหาหมอ
ถ้าแตกลึกจนเห็นเนื้อแดงหรือเลือดออก บวมแดงร้อนหรือมีหนอง เจ็บจนเดินลำบาก ดูแลเองมาราวหนึ่งเดือนแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นเบาหวาน ควรไปพบแพทย์
เป็นเบาหวาน ส้นเท้าแตก ดูแลยังไง
ดูเท้าทุกวัน ทาครีมทุกวันแต่ไม่ทาในง่ามนิ้ว ไม่แช่เท้านาน ไม่ขูดหรือตัดหนังเอง และปรึกษาหมอหรือพยาบาลที่ดูแลเบาหวานตั้งแต่ส้นเริ่มแตก เพราะแผลเล็ก ๆ อาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
ร้าน Nanny Nails รับขัดส้นเท้าหรือทำสปาเท้าไหม
ไม่รับ ร้านทำเฉพาะเล็บมือและเล็บเท้า ทาสีเจลเล็บเท้าเริ่ม 250 บาท รวมตัดแต่งทรง ทาเบส และท็อปโค้ท ถ้าที่เท้ามีแผลเปิดหรือสงสัยเชื้อราที่เล็บ ให้หายก่อนแล้วค่อยมาทำ
ส้นหายดีแล้ว อยากได้สีเล็บเท้าไว้ใส่รองเท้าเปิดหัว
ส่งรูปเล็บเท้าหรือรองเท้าคู่ที่จะใส่มาทาง LINE ร้านช่วยเลือกสีให้ 2-3 แบบ ทั้งสีนู้ดเรียบ ๆ หรือสีแดงสด ร้านทำเฉพาะเล็บ ไม่ได้ทำสปาเท้าหรือขัดส้น รับวันละ 3 คิว
อ่านต่อ / ดูเพิ่ม