ใช้น้ำยาล้างเล็บแล้วเล็บขาวเป็นขุย 5 สิ่งที่ทำพลาดตอนล้างเล็บ

สีที่ทาเองเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเริ่มถลอกตรงปลาย ขากลับจากที่ทำงานคุณเลยแวะร้านสะดวกซื้อ หยิบน้ำยาล้างเล็บขวดเล็กมาหนึ่งขวดกับสำลีหนึ่งห่อ คืนนั้นนั่งถูจนสีหมด แต่พอล้างมือเสร็จ หน้าเล็บกลับขาวด้าน ๆ เป็นขุยเหมือนมีแป้งติดอยู่ ถูออกก็ไม่หาย บทความนี้เล่าว่าเล็บขาวแบบนี้มาจากไหน น้ำยาล้างเล็บที่มีอะซิโตนกับไม่มีอะซิโตนต่างกันยังไง และ 5 จุดที่คนส่วนใหญ่ทำพลาดตอนล้างเล็บโดยไม่รู้ตัว
ก่อนอื่นบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เล็บขาวเป็นขุยหลังล้างสี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผิวเล็บชั้นบนสุดที่แห้งและหลุดติดออกมา ไม่ได้แปลว่าเล็บคุณพังถาวร และไม่ได้แปลว่าน้ำยาขวดนั้นปลอม ต้นเหตุมักอยู่ที่วิธีใช้มากกว่าตัวน้ำยา ซึ่งแก้ได้ตั้งแต่ขวดถัดไป
ทำไมล้างสีเสร็จแล้วเล็บขาวเป็นขุย
เล็บของเราทำจากโปรตีนชื่อเคราติน เรียงกันเป็นชั้นบาง ๆ ซ้อนกันหลายชั้น ชั้นบนสุดคือส่วนที่สีทาเล็บเกาะอยู่ ตอนล้างสีจึงมีสองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน
- น้ำยาดึงความชุ่มชื้นออกจากเล็บ การใช้อะซิโตนกับเล็บซ้ำ ๆ ทำให้เล็บเปราะได้ ผิวเล็บที่แห้งจะดูขุ่น ไม่ใส ไม่เงา
- สีดึงผิวเล็บชั้นบนติดออกมาด้วย สีที่เกาะแน่นกับผิวเล็บ พอถูกเช็ดหรือถูออก มักพาเคราตินชั้นบนสุดหลุดตามไปเป็นหย่อม ๆ ผิวตรงนั้นจึงขรุขระ สะท้อนแสงไม่เท่ากัน เราเลยเห็นเป็นปื้นขาวเหมือนผงแป้ง

ภาพข้างบนคือหน้าตาที่หลายคนเจอ อาการแบบนี้อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า pseudoleukonychia (อ่านว่า ซู-โด-ลิว-โค-นิ-เคีย) ฟังแล้วงงใช่ไหม แปลง่าย ๆ คือ เล็บที่ดูขาวเพราะผิวด้านบน ไม่ได้ขาวเพราะโรงงานสร้างเล็บใต้หนังโคนเล็บผิดปกติ ในกลุ่มนี้มีสองอย่างที่เจอบ่อย คือคราบเคราตินที่เกิดจากสีทาเล็บ และเชื้อราที่ผิวเล็บ ข้อหลังนี่เองที่ต้องแยกให้ออก เดี๋ยวเราจะเล่าในหัวข้อท้าย ๆ ว่าดูต่างกันยังไง
ข้อดีของเรื่องนี้คือ ความขาวอยู่ที่ผิวชั้นบน ไม่ได้เข้าไปถึงรากเล็บ เล็บที่งอกใหม่จากโคนจึงออกมาปกติ ถ้าเราเลิกทำซ้ำ ส่วนที่ขาวจะค่อย ๆ ถูกดันออกไปที่ปลายแล้วตัดทิ้งได้
น้ำยาล้างเล็บที่มีอะซิโตน กับไม่มีอะซิโตน ต่างกันยังไง
อะซิโตน (acetone) คือตัวทำละลายที่ละลายสีทาเล็บได้เร็วและแรง น้ำยาล้างเล็บในท้องตลาดจึงแบ่งคร่าว ๆ ได้สองแบบ ดูได้จากฉลากหลังขวด
| เรื่อง | มีอะซิโตน / ไม่มีอะซิโตน |
|---|---|
| ฉลากเขียนว่า | acetone หรืออะซิโตน อยู่ในส่วนผสม / non-acetone หรือ acetone free |
| ละลายสีทาเล็บธรรมดา | เร็ว เช็ดไม่กี่ครั้งก็ออก / ช้ากว่า ต้องกดค้างนานขึ้น |
| ละลายสีเจล | ได้ เมื่อแช่ห่อตามขั้นตอน / แทบไม่ละลาย |
| ความแห้งกับเล็บและผิว | แห้งมาก ถ้าใช้บ่อย / ยังแห้งได้ เพราะก็เป็นตัวทำละลายเหมือนกัน |
| เหมาะกับ | สีเข้ม สีกลิตเตอร์ สีเจล / สีทาเล็บธรรมดาสีอ่อน ล้างไม่บ่อย |
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ คิดว่าไม่มีอะซิโตนแปลว่าไม่มีสารเคมี น้ำยาแบบไม่มีอะซิโตน ก็ใช้ตัวทำละลายตัวอื่นแทน เช่น เอทิลอะซิเตต บิวทิลอะซิเตต หรือแอลกอฮอล์บางชนิด อ่อนกว่าอะซิโตนก็จริง แต่ยังดึงความชื้นจากเล็บได้ และเพราะมันละลายช้า หลายคนเลยถูแรงขึ้นและนานขึ้น จนเล็บขาวได้พอ ๆ กัน
น้ำยาล้างเล็บขวดเล็กจากร้านสะดวกซื้อ ใช้ได้ไหม
ใช้ได้ค่ะ น้ำยาขวดเล็กที่หาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยา มีทั้งสูตรที่มีอะซิโตนและไม่มีอะซิโตน ขวดไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี สิ่งที่ต้องทำคือพลิกดูฉลากก่อนหยิบ แล้วเลือกให้ตรงกับสิ่งที่อยู่บนเล็บคุณ
- ทาสีธรรมดาเอง สีอ่อน ขวดไหนก็ใช้ได้ สูตรไม่มีอะซิโตนก็พอ ขอแค่ใช้ให้ถูกวิธี
- สีเข้ม สีแดง สีกลิตเตอร์ สูตรมีอะซิโตนจะออกง่ายกว่า ไม่ต้องถูหลายรอบ
- สีเจลจากร้าน ต้องเป็นน้ำยาที่มีอะซิโตน และต้องใช้วิธีแช่ห่อ ไม่ใช่เช็ดถูแบบสีธรรมดา
ปัญหาเล็บขาวส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการซื้อผิดยี่ห้อ แต่มาจาก 5 จุดข้างล่างนี้ เช็กดูว่าคุณทำข้อไหนอยู่บ้าง
5 สิ่งที่ทำพลาดตอนล้างเล็บ
1. เลือกน้ำยาไม่ตรงกับสีที่ทา
เจอบ่อยที่สุดคือเอาน้ำยาสูตรไม่มีอะซิโตนมาล้างสีเจล สีเจลไม่ละลาย ก็ถูต่อ ถูไม่ออกก็เอาเล็บอีกนิ้วแคะ เอาตะไบขูด ผิวเล็บจริงเลยติดออกมาด้วยเป็นแผ่น ๆ อะซิโตนคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการถอดสีเจลที่บ้าน และปลอดภัยกว่าการแกะหรือตะไบออก
อีกด้านหนึ่ง คนที่ทาสีธรรมดาอ่อน ๆ แล้วใช้น้ำยาแรงล้างทุกสัปดาห์ ก็ทำให้เล็บแห้งเกินความจำเป็น เลือกให้ตรงงาน สีธรรมดาใช้สูตรอ่อน สีเจลใช้สูตรมีอะซิโตนพร้อมวิธีแช่ห่อ
2. ถูวนไปมาแรง ๆ จนสำลีแห้ง
ภาพที่คุ้นตาคือเทน้ำยาใส่สำลี แล้วถูวนไปมาบนเล็บจนสำลีแห้ง เทใหม่ ถูใหม่ นิ้วละหลายรอบ ทุกรอบที่ถูคือแรงเสียดสีบนผิวเล็บที่กำลังนิ่มเพราะน้ำยา ผิวชั้นบนสุดจึงหลุดตามสำลีไปง่าย ยิ่งถูนาน เล็บก็ยิ่งแห้ง

ทางที่ดีกว่าคือ วางสำลีชุบน้ำยาบนเล็บแล้วกดค้างไว้สักพัก ให้น้ำยาทำงานจนสีนิ่ม จากนั้นเช็ดทีเดียวจากโคนไปปลายเล็บ ครั้งเดียวจบหรือสองครั้ง แทนการถูวนสิบครั้ง ใช้น้ำยาน้อยลงด้วย
3. แช่ทั้งนิ้ว หรือเทน้ำยาชุ่มจนท่วมหนัง
บางคนเทน้ำยาใส่ถ้วยแล้วจุ่มทั้งปลายนิ้วแช่ไว้ หรือหยดน้ำยาจนไหลเปียกไปทั้งข้อนิ้ว น้ำยาไม่ได้ดึงความชื้นแค่จากเล็บ แต่ดึงจากหนังรอบเล็บและผิวนิ้วด้วย ถ้าต้องแช่อะซิโตน ให้แช่แค่ปลายนิ้ว ไม่ใช่ทั้งมือหรือทั้งนิ้ว และให้ทาปิโตรเลียมเจลลี่บาง ๆ ที่หนังโคนเล็บและผิวรอบ ๆ ก่อน เพื่อกันน้ำยา อะซิโตนยังทำให้ผิวระคายเคืองได้ เช่น แดง คัน แสบร้อน
หนังรอบเล็บที่แห้งจนแตก จะกลายเป็นขุยเล็บที่คอยเกี่ยวผมเกี่ยวเสื้อ และทำให้สีรอบหน้าเกาะไม่สวย เรื่องหนังรอบเล็บลอกเราเล่าแยกไว้ใน หนังรอบเล็บลอก ดึงทิ้งแล้วเจ็บ
4. ล้างเสร็จแล้วจบแค่นั้น ไม่ล้างมือ ไม่บำรุง
หลายคนเช็ดสีออกหมดแล้วก็ลุกไปทำอย่างอื่นเลย ปล่อยน้ำยาค้างอยู่บนเล็บและซอกเล็บ หรือล้างมือแล้วก็ไม่ได้ทาอะไรต่อ เล็บที่เพิ่งโดนน้ำยาจะแห้งกว่าปกติ ถ้าไม่เติมความชุ่มชื้นกลับไป ความขาวขุ่นจะเห็นชัดขึ้นในวันถัด ๆ มา
ให้ทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่ ที่เล็บและหนังโคนเล็บ วันละหลายครั้ง และหลังถอดด้วยอะซิโตน ให้นวดปิโตรเลียมเจลลี่ที่หนังโคนเล็บและผิวรอบเล็บทุกวันต่อเนื่อง 7 วัน ขั้นนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ต่างกันมาก
5. เห็นขาวเป็นขุยแล้วรีบขูด ขัด หรือทาสีทับทันที
พอเห็นเล็บขาว สิ่งแรกที่อยากทำคือเอาตะไบหรือบัฟเฟอร์ขัดให้ขาวหายไป หรือทาสีใหม่ทับให้มิดเลย ทั้งสองอย่างไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ปื้นขาวคือผิวเล็บชั้นบนที่แห้งและยุ่ย ขัดออกเท่าไหร่ ก็เท่ากับขัดเล็บจริงให้บางลงเท่านั้น ส่วนการทาสีทับทันทีแล้วล้างออกอีกรอบในไม่กี่วัน ก็คือการวนกลับไปทำข้อ 1 ถึง 4 ซ้ำ
หลังถอดสีเจล ถ้าเป็นไปได้ ให้พักไม่ทาสีสัก 1-2 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ให้เล็บได้ฟื้น และเลี่ยงการใช้สีทาเล็บมากเกินไป ถ้าเล็บของคุณขาวอยู่ตอนนี้ ช่วงพักคือช่วงที่คุ้มที่สุด
ล้างสีทาเล็บธรรมดาแบบไม่ให้เล็บขาว ทำตามนี้
สำหรับสีทาเล็บธรรมดาที่ทาเองที่บ้าน ขั้นตอนนี้ใช้เวลาพอ ๆ กับถูวนแบบเดิม แต่เล็บแห้งน้อยกว่ามาก
- เปิดหน้าต่าง นั่งห่างเตาและเปลวไฟ ใช้น้ำยาในที่อากาศถ่ายเท ห่างเปลวไฟ บุหรี่ และความร้อน
- ทาครีมหรือปิโตรเลียมเจลลี่รอบเล็บ ทาที่หนังโคนเล็บและข้างเล็บ ระวังอย่าทาบนหน้าเล็บ
- ชุบสำลีพอชุ่ม ไม่ต้องหยดจนไหล ตัดสำลีให้ขนาดพอดีเล็บ จะได้ไม่โดนผิวรอบ ๆ มาก
- วางแล้วกดค้างไว้สักครู่ ให้สีนิ่มก่อน ไม่ต้องรีบถู
- เช็ดทีเดียวจากโคนไปปลาย ถ้ายังเหลือ วางกดซ้ำอีกรอบ ดีกว่าถูวน
- ล้างมือด้วยสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้ง ไม่ปล่อยน้ำยาค้างในซอกเล็บ
- ทาน้ำมันบำรุงหรือครีมทามือ นวดที่หนังโคนเล็บด้วย แล้วปิดฝาขวดให้แน่น เก็บให้พ้นมือเด็ก
เรื่องเด็กอย่ามองข้ามนะคะ การกลืนอะซิโตนทำให้อาเจียน ชัก และเป็นอันตรายต่อเด็กเล็กได้
น้ำยาล้างเล็บเจล ต้องใช้แบบไหน
สีเจลไม่ได้แห้งด้วยอากาศแบบสีธรรมดา แต่แข็งตัวด้วยเครื่องอบ มันจึงไม่ละลายง่ายเหมือนสีทาเล็บทั่วไป น้ำยาที่ใช้ต้องเป็นแบบที่มีอะซิโตน และต้องใช้เวลาให้น้ำยาซึมเข้าไป ด้วยการวางสำลีชุบน้ำยาแล้วห่อปลายนิ้วไว้ ไม่ใช่เช็ดถูเหมือนสีธรรมดา
คนที่เอาน้ำยาขวดเล็กมาถูเจลตรง ๆ มักเจอแบบเดียวกัน คือเจลแค่ด้านลง ไม่หลุด ถูจนนิ้วแดง สุดท้ายเลยแกะออกเอง ซึ่งเป็นทางที่ทำให้เล็บบางลงเร็วที่สุด ขั้นตอนถอดเจลเองที่บ้านแบบครบทุกขั้น ตั้งแต่ตะไบผิวท็อป ห่อฟอยล์ จนถึงดันเจลออก เราเขียนแยกไว้แล้วใน ถอดเล็บเจลเองได้ไหม วิธีถอดที่ไม่ทำให้เล็บพัง
เล็บขาวเป็นขุยไปแล้ว ดูแลยังไงต่อ
- พักน้ำยาล้างเล็บก่อน ช่วงนี้ไม่ทาสีแล้วล้างซ้ำ ให้ผิวเล็บได้ฟื้น
- ทาน้ำมันหรือครีมวันละหลายครั้ง โดยเฉพาะหลังล้างมือและก่อนนอน ปื้นขาวที่มาจากความแห้งมักดูดีขึ้นเมื่อเล็บชุ่มชื้น
- ตัดเล็บให้สั้นลงหน่อย เล็บที่แห้งและบางตรงปลายจะฉีกง่าย ตัดสั้นช่วยให้ผ่านช่วงนี้ไปได้
- ใส่ถุงมือตอนล้างจานและซักผ้า น้ำและผงซักฟอกทำให้เล็บแห้งซ้ำ
- ไม่ขูด ไม่ขัด ให้ส่วนที่ขาวงอกออกไปแล้วตัดทิ้งตามรอบตัดเล็บปกติ
ถ้าเล็บไม่ได้แค่ขาวแต่บางลงจนงอได้ หรือฉีกเป็นชั้น ๆ ด้วย อ่านต่อได้ใน เล็บเปราะ ฉีกง่าย เกิดจากอะไร ซึ่งรวมวิธีดูแลเล็บบางไว้ละเอียดกว่า
ขาวแบบไหนไม่ใช่แค่แห้ง ควรไปหาหมอ
ปื้นขาวจากน้ำยาและสีทาเล็บ กับเชื้อราที่ผิวเล็บ อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และตาเปล่าแยกยาก ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ อย่าเดาเอง ให้แพทย์ดู
- พักน้ำยาและบำรุงมาหลายสัปดาห์แล้ว ปื้นขาวไม่ดีขึ้น หรือกลับลามกว้างขึ้น
- เล็บหนาขึ้น ยุ่ย ขูดแล้วเป็นผง หรือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- หนังรอบเล็บแดง บวม คัน แสบ หรือมีผื่นทุกครั้งที่ใช้น้ำยา อาจเป็นการระคายเคืองหรือแพ้ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์
- เล็บแยกออกจากเนื้อใต้เล็บ หรือมีหนอง
ตรงนี้คือเหตุผลที่ร้านไม่ทาสีทับเล็บที่หนา เหลือง หรือสงสัยว่าเป็นเชื้อรา เพราะขั้นตอนทำเล็บเพิ่มความชื้นให้เล็บ ทั้งน้ำและน้ำยาล้างเล็บ อาจทำให้เชื้อราลุกลาม ให้หมอดูก่อน หมอบอกว่าทำได้แล้วค่อยกลับมาทำสีกัน เรื่องเล็บเหลืองกับเชื้อราอ่านต่อได้ใน เล็บเหลืองเกิดจากอะไร
ถอดเล็บเจลที่ร้าน ต่างจากล้างเองยังไง
ที่ร้าน Nanny Nails ไม่มีบริการเติมโคนเจล ลูกค้าที่กลับมาทำรอบใหม่จะถอดของเก่าออกแล้วทำใหม่ทุกรอบ การถอดจึงเป็นงานที่ช่างทำอยู่ทุกวัน และเจ้าของร้านทำเองทุกงาน สิ่งที่ต่างจากการนั่งล้างเองที่บ้านมีสามเรื่อง
- คุณไม่ต้องเดาว่าน้ำยาขวดไหนใช้กับเล็บแบบไหน สีเจล เล็บต่อ PVC หรือบิวเดอร์เจล ถอดคนละแบบ ช่างเลือกให้ตามงานที่อยู่บนเล็บ สีเจลที่ร้านถอดด้วยเครื่องเจียร แล้วห่อด้วยน้ำยาอะซิโตน
- มีคนเห็นเล็บคุณก่อนลงสีรอบใหม่ ถ้าดูแล้วน่าสงสัยว่าเป็นเชื้อรา ร้านจะให้ไปหาหมอก่อน ไม่ทาสีทับ
- ถอดแล้วทำต่อได้ในคิวเดียว เคลียร์หน้าเล็บด้วยการดันหนังโคนก่อนแล้วค่อยตัดหนังส่วนเกิน ทาเบสก่อนลงสีทุกงาน และอบด้วยเครื่อง UV

| ค่าถอดเล็บที่ร้าน | ราคา |
|---|---|
| ถอดสีเจล แล้วทำรอบใหม่ต่อ | 5 บาทต่อนิ้ว (ทั้งมือ 50 บาท) |
| ถอดเล็บต่อ PVC แล้วทำรอบใหม่ต่อ | 10 บาทต่อนิ้ว (ทั้งมือ 100 บาท) |
| ถอดสีเจลอย่างเดียว พักเล็บ (รวมตัดแต่งทรง) | 100 บาท |
| ถอด PVC, Hard gel หรืออะคริลิคอย่างเดียว | 150 บาท |
| ทาสีเจล มือ 1 สี (รวมตัดแต่งทรง ทาเบส ท็อปโค้ท) | 200 บาท |
ถ้าเล็บยังแข็งแรงดีแค่หน้าเล็บแห้ง ส่วนใหญ่ทำรอบใหม่ต่อได้เลย ถ้าเล็บบางมากจนอยากให้พัก ถอดอย่างเดียวแล้วกลับบ้านไปบำรุงก่อนก็ได้ ส่วนคนที่อยากให้มือดูเรียบร้อยแบบไม่ต้องล้างสีเองบ่อย ๆ สีโทนนมหรือชมพูใสแบบนี้เป็นอีกแบบที่ลูกค้าเลือกบ่อย ใส่ไปทำงานได้ทุกวัน

ทุกงานที่ทำจากร้านอยู่ในช่วงดูแล 7 วัน กลับบ้านไปใช้มือได้ตามปกติอย่างอุ่นใจ ดูเมนูทั้งหมดได้ที่ หน้าบริการและราคา
ลูกค้าพูดถึงมือของช่างยังไง
อ่านรีวิวทั้งหมดได้ที่ หน้ารีวิว
ขวดถัดไป ล้างแบบไม่ต้องเห็นเล็บขาวอีก
ครั้งหน้าที่ยืนอยู่หน้าชั้นน้ำยาล้างเล็บ คุณรู้แล้วว่าต้องพลิกดูฉลากก่อน สีธรรมดาใช้สูตรอ่อน สีเจลต้องมีอะซิโตนและต้องแช่ห่อ ไม่ใช่ถู กลับถึงบ้านก็วางสำลีกดค้างแทนการถูวน กันผิวรอบเล็บไว้ก่อน ล้างมือแล้วบำรุงทุกครั้ง แค่นี้เล็บก็ไม่ต้องขาวเป็นขุยอีก
นิสัยอื่นที่ทำร้ายเล็บโดยไม่รู้ตัวยังมีอีกหลายข้อ อ่านต่อได้ใน 6 นิสัยที่ทำร้ายเล็บ หรือถ้าอยากหาสีรอบหน้าที่ใส่ได้นาน ๆ ดูได้ใน แกลเลอรีผลงาน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมใช้น้ำยาล้างเล็บแล้วเล็บขาวเป็นขุย
น้ำยาดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเล็บ และตอนเช็ดสีออก สีมักพาเคราตินชั้นบนสุดหลุดตามไปด้วย ผิวตรงนั้นจึงขรุขระและดูขาวเป็นผง ยิ่งถูวนแรง ๆ ใช้น้ำยาเยอะ หรือไม่บำรุงหลังล้าง ก็ยิ่งเห็นชัด
น้ำยาล้างเล็บที่มีอะซิโตนกับไม่มีอะซิโตน ต่างกันยังไง
สูตรมีอะซิโตนละลายสีได้เร็วและแรง ใช้ถอดสีเจลได้ แต่ทำให้เล็บแห้งมากถ้าใช้บ่อย สูตรไม่มีอะซิโตนใช้ตัวทำละลายตัวอื่นแทน อ่อนกว่าแต่ละลายช้า เหมาะกับสีทาเล็บธรรมดาสีอ่อน และแทบไม่ละลายสีเจล
น้ำยาล้างเล็บขวดเล็กจากร้านสะดวกซื้อ ล้างเล็บเจลได้ไหม
ดูที่ฉลาก ถ้ามีอะซิโตนก็ใช้ถอดเจลได้ แต่ต้องใช้วิธีวางสำลีชุบน้ำยาแล้วห่อปลายนิ้วไว้ ไม่ใช่เช็ดถูแบบสีธรรมดา ถ้าเป็นสูตรไม่มีอะซิโตน เจลแทบไม่ละลาย ถูไปก็เสียผิวเล็บเปล่า ๆ
เล็บขาวหลังล้างสีเป็นเชื้อราหรือเปล่า
ส่วนใหญ่เป็นแค่ผิวเล็บชั้นบนที่แห้ง พักน้ำยาและบำรุงแล้วมักดีขึ้น แต่ถ้าพักมาหลายสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ลามกว้าง เล็บหนา ยุ่ย หรือเหลือง ควรให้แพทย์ดู เพราะเชื้อราที่ผิวเล็บหน้าตาคล้ายกันได้
ล้างสีเล็บยังไงไม่ให้เล็บขาว
ทำในที่อากาศถ่ายเท ทาครีมหรือปิโตรเลียมเจลลี่รอบเล็บก่อน วางสำลีชุบน้ำยาแล้วกดค้างให้สีนิ่ม เช็ดทีเดียวจากโคนไปปลาย ไม่ถูวน จากนั้นล้างมือแล้วทาน้ำมันหรือครีมบำรุงทุกครั้ง
ถอดเล็บเจลที่ร้านราคาเท่าไหร่
ถอดสีเจลแล้วทำรอบใหม่ต่อ 5 บาทต่อนิ้ว ทั้งมือ 50 บาท ถอดสีเจลอย่างเดียวเพื่อพักเล็บ รวมตัดแต่งทรง 100 บาท ส่วนเล็บต่อ PVC ถอดแล้วทำต่อ 100 บาท ถอด PVC, Hard gel หรืออะคริลิคอย่างเดียว 150 บาท
ช่วงดูแล 7 วันของร้านคืออะไร
ถ้างานที่ทำจากร้านหลุดหรือลอกภายใน 7 วัน นำมาให้ร้านแก้ให้ฟรี
ร้านอยู่ที่ไหน จองคิวยังไง
ร้านอยู่บ้านน้อยใต้ ซอย 7/1 อำเภอเมืองนครพนม เปิดทุกวัน รับคิวทำเล็บ 09:00–18:00 น. วันละ 3 คิว จองทาง LINE @nannynails หรือโทร 099-0028935
ส่งรูปเล็บตอนนี้มาให้ช่างดูก่อน
ถ่ายรูปมือตอนนี้ส่งมาทาง LINE จะเป็นเล็บที่ขาวเป็นขุยหลังล้างสี หรือเล็บที่ยังมีเจลเก่าอยู่ก็ได้ ช่างช่วยดูให้ว่าควรถอดอย่างเดียวแล้วพักเล็บก่อน หรือถอดแล้วทำสีใหม่ต่อในคิวเดียว พร้อมบอกราคาให้ ร้านรับวันละ 3 คิว ช่วง 09:00–18:00
อ่านต่อ / ดูเพิ่ม